วันนี้มีเรียน 8 โมงเช้า ต้องตื่น 6 โมงแหนะ
(เมื่อคืนจัดรายการเสร็จเที่ยงคืน)
ด้วย สปิริตของกระผม เลยนัดกับคุณออยไว้ว่า
โทรมาปลุกด้วยนะ จาได้ตื่น อยากเรียนจัด
(ซะที่ไหนหละ)
แต่กระผมก็ตั้งนาฬิกาปลุกเช่นกานนะ (มีความรับผิดชอบ)
แล้วเวลานั้นก็มาถึง กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
(เสียงนาฬิกาปลุก)
ด้วยสปิริต เลยดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วกดนาฬิกาปลุก
แล้วนอนต่อ 555+
ยังไม่หมด โทรศัพท์ดังอีก
คุณออยนั่นเองโทรมาปลุก
ด้วยสปิริตอีกครั้ง รับด้วยความเร็วสวย
พร้อมความสามารถในการปรับโทนเสียง
"ตื่นแล้วจ้า ออยไปนอนเถอะ"
(เสียงแบบสดใสสุดๆ)
ด้วยความสามารถในการปรับโทนเสียง
คุณออยจึงหลงกล เชื่อสนิทใจ
"อ่อ จ้า" แล้วก็วางโทรศัพท์ไป
สำเร็จจจจจจจจจจจจจจจจจจ
คร่อกกกกกกก zzzzzZZZZZZZZZZZZZZ
หลับยาววววววววววววววววว
โทรศัพท์ดังอีกทีตอน 10 โมง
ไม่ต้องสืบบบ คุณออยนั่นเอง
โทรมาเช็คผลงานการปลุก
"ฮัลโหล เลิกเรียนแล้วเหรอ" คุณออยถาม
"เออ คือว่า........"
(พูดไม่ถูก)
และแล้วความลับก็ไม่มีในโลก
โดนเจ๊แกเฉาะไปหลายชุด 555+
(T-T)
หลังจากออกจากบ้านแทบทุกวัน
แต่วันนี้ไม่ต้องออกจากบ้านไง
กลายเป็นว่าอยู่บ้านแล้วมีความสุขสุดๆ
เหมือนได้ลาพักร้อน
(เวอร์ไปเหอะ)
ก็ไม่มีไรมาก ก็นั่งเล่นเกมส์ ฟัง seed
ไปเรื่อย
แล้วนอนอีกทีตอนบ่าย 3 จนถึง 6 โมงเย็น (ตุนๆ เดี๋ยวต้องไปจัดรายการตอน
6 โมงเช้าของอีกวัน)
ตื่นมาคุณออยชวนไปดูหนังเรื่อง Pans Labyrinth
ก็โอเค
ไปดูกาน
เจอคุณออยครั้งแรกตกใจ (ไม่มากหรอก แต่กลั้นหัวเราะสุด 555+)
คือว่าไปทะเลมาไง เกรียมสุดๆ เหมือนหมูแดงเลย
555+
หมูแดงที่มีแผนที่ขุมสมบัติอยู่ข้างหลัง (ลอกเป็นแผนที่เลยเหอะ)
ด้วยความมันไส้ เลยจิ้มเล่นเป็นระยะ
จิ้ม 1 ที ก็มีเสียง โอ้ย 1
ครั้ง (สิ่งมหัศจรรย์ของโลกปะเนี้ยะ) 555+
วันนี้ไม่รู้เป็นไร ดูถ้าคุณออยจาน่ารักเป็นพิเศษ
เดินสยามมีแต่คนมอง 555+
สงสัยจาน่ารักเหมือนแพนด้าสลับสี ขาวสลับกับดำ
(ตรงรอบๆตาชาวเชียว เพราะใส่แว่นกันแดด 555+)
ก็ไปดูกันที่สยาม แต่ไม่มีรอบเลย
เลยต้องไปดูกันที่ Lido ก่อนดู
ได้เตือนคุณออยแล้วว่า คือว่า โรงหนังมัน.....สุดๆ
(เดาเองละกันนะสำหรับหลายๆคนคงรู้ดี)
แต่คุณออยชอบลองของไง " 2 ที่ค่ะ"
จัดไปๆ
จองไว้รอบ 2
ทุ่มครึ่ง
เลยชวนคุณออยไปกินฟูจิที่พารากอน
ต่อคิวยาวเลยเหอะ
ยื่นรอนานพอควร
เนื่องจากไม่มีไรทำ ก็จิ้มเล่นอีกครั้ง
จิ้ม โอ้ย จิ้ม โอ้ย 555+
แต่ความนี้มีการตอบโต้ O_o
จนถึงคิวก็เข้าไปกิน กินเสร็จก็หนังเข้าพอดี
รีบวิ่งกลับไป
Lido
เข้าไปในโรงปุ๊บ สาวน้อย (น้อยมากจิงๆ) ได้สัมผัสกับบรรยากาศ Lido
เป็นครั้งแรก
ด้วยความประทับใจพูดออกมาว่า "โหยยยยย กลิ่น......สุดๆ"
แต่ว่าซื้อตั๋วแล้ว ต้องดูไง
ก็ขอข้ามหนังละกัน
ก็โอเคนะหนัง ไปลองดูกันได้ (แต่ส่วนตัวให้ 6
เต็ม 10 ละกัน)
ดูเสร็จออกมาจากโรงหนัง
ฝนตกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
(ตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ)
เอาแล้ว พิมพ์มาตั้งนาน ช่วงนี่แหละพีคสุดๆ ตามชื่อเรื่อง โฮะๆๆๆๆๆ
ก็คุยกับคุณออยว่าจะกลับไงดี
คุณออยเสนอบอกว่า Taxi ละกาน
เราก็โอเคได้เลย
แต่ต้องไปเรียก Taxi ตรง The brain ตรงข้ามมาบุญครองไง
******** สำคัญมาก ก่อนจะอ่านต่อ
ขอให้ทุกคนทำตามนะ**************
******** เลื่อน scroll ลงไปล่างสุดของหน้า
แล้วกด play เพลง แล้วค่อยอ่าน************
แล้วมิวสิคก็ได้ขึ้น พร้อมกับกางเสื้อคลุม(ของคุณออย) วิ่งกันไป 2
คนกลางสายฝน
วิ่งไปพักไป เป็นระยะ เหมือนในหนังเรื่อง The classic เลยปะหละ
ก็วิ่งจาก Lido ไปเรื่อยๆ กลางสายฝน
และอากาศที่เย็นนิดๆ
พร้อมกับฟ้าแลบตลอดเวลา
คือ แอบกลัวกันนิดๆ
ว่าจะผ่าเปล่า คือถ้าผ่านี่ได้คู่เลยไง
คุณออยนี่เกรียมอยู่แล้ว
ไม่อยากจะเซดดดดดด
แอบพูดกับคุณออยว่า "วิ่งกันแบบนี้สัก 3 รอบมะ ให้คนอื่นๆ อิจฉาเล่น 555+" (แรดจิงๆ)
วิ่งไปจนถึง The Brain (มิวสิคยังคงดังอยู่)
ยื่นโบก Taxi กัน
ไม่ค่อยมีเลยไรว้า (เริ่มเมื่อย กางแขนนาน)
สายฝนก็ยังคงเทลงมาอยู่ (ถ้าเพลงจบ
กรุณาลงไปกดอีกที)
โบกกันไปเรื่อย ในที่สุดก็ได้ซะที (ใน The classic
ไม่มีโบกแท็กซี่นี่หว่า ลงไปปิดเพลงไป จบช่วงพีคแล้ว 555+)
ก็ไปส่งคุณออยก่อน แถวเจริญกรุง
ในระหว่างนั่งรถไป หนาวสุดๆ
อากาศเย็นได้ใจจิงๆ
นั่งไปจนถึงบ้านคุณออย แล้วพี่ Taxi ก็ทิ้งกรู ไม่ไปส่งต่อ T-T
(แสดดดด)
ก็เลยต้องลงจาก Taxi แล้วไปยื่นตากฝน ส่วนคุณออยมีเสื้อคลุมช่วยชีวิต
(แมนปะหละกรู)
ก็โบกคันใหม่ จนได้ แล้วก็แยกกันกลับบ้าน
จบๆ พอๆ
สำหรับ The Classic ภาคพิศดาร







comment: 104 :
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เห็นจากภายนอก ฐานะ สังคม คำบอกเล่า และอื่นๆอีกมากมาย
หลายๆคนตัดสินคนที่ฐานะ บางคนก็ปักใจเชื่อว่าคนๆนี้เป็นอย่างงี้จากคำบอกเล่าของคนอื่น
จามีซักกี่คนที่จะมองคนจากภายใน หรือลองรู้จักกับคนๆนั้นด้วยตัวเอง
คนๆนั้นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คนเค้าพูดถึงก็ได้
คำบอกเล่าสำหรับผมก็เป็นแค่ข้อคิดเห็น ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง
ถ้าอยากรู้ข้อเท็จจริงเราต้องไปรู้จักกับคนๆนั้นด้วยตัวเอง
เพื่อนๆและคนรู้จักหลายๆคนมองตัวผมต่างๆกันออกไป
ซึ่งคงเป็นเพราะว่าผมเป็นคนที่คาดเดาอะไรได้ยาก
หลายคนมองว่าผมเป็นคนเจ้าชู้ มีผู้หญิงเยอะ (แสดดด)
หลายคนมองผมว่าเป็นคนที่ไม่เจ้าชู้ และพยายามแนะนำสาวๆเพื่อนของเค้าให้ (เออคือไม่ต้องก็ได้)
หลายคนมองผมว่าผมเป็นคนดีมากๆ (มึงคิดผิดแล้ว)
บางคนก็คิดว่าผมมีแฟนแล้วทั้งๆที่ยังไม่มี (ไม่คิดว่ากรูแต่งงานแล้วเลยหละ)
นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า คนเราตัดสินคนด้วย condition ที่แตกต่างกันออกไป
จนบางครั้งผมก็สับสนเหมือนกันว่าตัวเราเป็นอย่างไรกันแน่
เค้าบอกว่าไม่มีใครเข้าใจตัวเราได้ดีที่สุด
แต่ผมกลับไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่
555+
เคยมีคนถามผมว่าทำไมผมไม่ยอมมีแฟนซักที
ผมก็จาตอบกลับไปว่า ยังไม่เจอคนที่ถูกใจหรือไม่ก็เราเรื่องมาก
การตอบอย่างนั้นเป็นการพูดปัดให้จบๆ หรือตอบจากใจจริงกันแน่
หลังจากเค้าถามเราแล้ว เราก็เอากลับมาคิดเหมือนกันว่าทำไมเราถึงไม่มีแฟน
จากหนึ่งคำถาม ก็มีอีกหลายคำถามตามมา
เรามีอย่างอื่นต้องทำจนไม่ว่างที่จะคิดเรื่องนี้? (กิน นอน เล่น เที่ยว 555+)
เราอยากดูดีๆแล้วคบนานๆ?
เราไม่อยากเลิกและบอกลาเหมือนเมื่อก่อน?
และก็ยังไม่ได้ข้อสรุปซักที
ซึ่งผมก็จาคอยพูดกับตัวเองและคนอื่นเสมอว่า อยู่คนเดียวก็สบายดีออก
หลายจากพูดประโยคนี้ที่ไรก็จารู้สึกถึงความขัดแย้งในตัวเองว่า จริงเหรอ?
หลายๆครั้งที่อยู่คนเดียวแล้วมันก็เหงา เหงาแบบสุดๆ
แต่ว่าเอาเถอะ ถึงยังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป
ซักวันคำถามหลายๆคำถามคงจะถูกตอบด้วยประสบการณ์ชีวิตของเราเอง......